วันที่ 7 สิงหาคม 2565 เวลา 9.30 น. นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายอุดร ไพศาล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การเกิดโรคใบด่างมันสำปะหลังซึ่งได้รับการรายงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอปลาปากว่ามีการพบโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่ จำนวน 43 ไร่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำและทำความเข้าใจกับเกษตรกรเจ้าของแปลงที่พบโรคใบด่างมันสำปะหลังในการป้องกันและกำจัดโรคเพื่อไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ข้างเคียง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
โรคใบด่างมันสำปะหลัง สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan Cassava mosaic virus (SLCMV) มีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ ลักษณะอาการของโรค ส่วนของยอดอ่อนหรือยอดที่เกิดใหม่จะแสดงอาการด่างเขียวอ่อนหรือเหลืองสลับเขียวเข้ม มีขนาดเรียวเล็ก หงิกงอ และเสียรูปทรง อาการบนใบส่วนที่ถัดลงมาจากยอดหรือใบแก่จะพบอาการด่างเขียวอ่อนหรือเหลืองสลับเขียวเข้ม หงิกงอ และเสียรูปทรง ความเสียหายจากโรคจะทำให้มันสำปะหลังไม่สร้างหัวสะสมอาหารหรือหัวมีขนาดเล็ก ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตลดลง
สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมแนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
1) ปลูกมันสำปะหลังที่ปลอดโรค และเป็นพันธุ์ทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ พันธุ์ระยอง 72 เกษตรศาสตร์ 50 และห้วยบง 60
2)ไม่ควรปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ ระยอง 11 และ CMR 43-08-89
3) สำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอหากพบต้นเป็นโรคกระจายทั่วแปลงให้ทำลายทั้งแปลง หากพบโรคเป็นหย่อม ให้ทำลายเฉพาะต้นเป็นโรค
4) ทำลายต้นมันสำปะหลังที่แสดงอาการของโรคใบด่างด้วย 3 วิธี ได้แก่ วิธีฝังกลบ วิธีใส่ถุง/กระสอบ และวิธีบดสับ
5) กำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ ถ้าพบแมลงหวี่ขาวยาสูบระยะตัวอ่อนมากกว่า 2 ตัวต่อใบ ซึ่งเป็นระดับที่ระบาดเกินระดับเศรษฐกิจให้พ่นด้วยสารกำจัดแมลงตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร
ทั้งนี้ ถ้าพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่พบลักษณะอาการที่คล้ายกับโรคใบด่างมันสำปะหลังสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 12 อำเภอ เพื่อลงไปตรวจสอบและหาวิธีป้องกันกำจัด เพราะความเสียหายจากโรคจะทำให้มันสำปะหลังไม่สร้างหัวสะสมอาหารหรือหัวมีขนาดเล็ก อย่างเห็นได้ชัด



