ประกาศ เรื่อง กำหนดให้เกษตรกรแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะบียนเกษตรกร พ.ศ. 2569

เชิญชวนเกษตรกร แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ให้เป็นปัจจุบัน
คุณสมบัติของเกษตรกร
– บุคคลธรรมดาที่ประกอบการเกษตร หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต โดยมีผู้แทนมาขึ้นทะเบียนในนามครัวเรือนได้เพียง 1 คน
– นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการเกษตร สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนเป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนได้
– ผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรต้องบรรลุนิติภาวะ และมีสัญชาติไทย
เกษตรกรสามารถแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกร ได้ทั้งในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิ (มีหนังสือรับรอง) โดยต้องมีพื้นที่ทำการเกษตรขั้นต่ำ ดังนี้
1) ข้าว พืชไร่ นาเกลือ เนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ ขึ้นไป
2) ไม้ผล ไม้ยืนต้น เนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ ขึ้นไป
3) ผัก สมุนไพร ไม้ดอก ไม้ประดับ เนื้อที่ตั้งแต่ 1 งาน ขึ้นไป
4) ปลูกพืชในโรงเรือน ขั้นต่ำ 72 ตารางเมตร
5) แมลงเศรษฐกิจ จำนวนตั้งแต่ 10–20 รังขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับชนิดแมลง)
6) เพาะเห็ด ผักงอก เนื้อที่ตั้งแต่ 30 ตารางเมตร ขึ้นไป
#หมายเหตุ หากเนื้อที่ปลูกไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ต้องมีรายได้จากกิจกรรมนั้น เกิน 8,000 บาทต่อปีขึ้นไป
กรอบระยะเวลาการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
– พืชทุกชนิด : แจ้งได้ทุกฤดูกาลผลิต ตลอดทั้งปี โดยแจ้งขอขึ้นทะเบียนได้หลังปลูกแล้ว 15 วัน และแจ้งปรับปรุงทะเบียนทุกการเพาะปลูกรอบใหม่
– ไม้ผลไม้ยืนต้น : ไม้ผลหรือไม้ยืนต้นให้แจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้เมื่อทำการเพาะปลูกแล้ว 30 วัน และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรทุกปี
เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
1. แบบคำร้องทะเบียนเกษตรกร (ทบก.01)
2. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
3. หลักฐานการใช้ที่ดิน
4. รูปถ่ายแปลงปลูก
ช่องทางการลงทะเบียน
1. แอปพลิเคชัน Farmbook สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม
2. เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th: ลงทะเบียนออนไลน์ สำหรับเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม
3. สำนักงานเกษตรอำเภอ: สำหรับเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิมที่มีการเปลี่ยนแปลงเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน (ต้องไปยื่นด้วยตัวเองที่พื้นที่ตั้งแปลงปลูก)
โทษของการแจ้งข้อมูลเท็จในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
1. ความผิดทางอาญา
การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้:
มาตรา 137: ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย โทษ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 267: การแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ (เช่น สมุดทะเบียนเกษตรกร) โทษ: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. บทลงโทษทางแพ่งและมาตรการทางปกครอง
นอกจากโทษจำคุกและค่าปรับแล้ว เกษตรกรที่จงใจแจ้งข้อมูลเท็จจะถูกดำเนินการดังนี้:
1. เรียกเงินคืน: หากได้รับเงินช่วยเหลือหรือเงินเยียวยาไปแล้ว กรมฯ จะเรียกคืนเงินทั้งหมดพร้อม ดอกเบี้ย ตามกฎหมาย
2. ตัดสิทธิ์การช่วยเหลือ: ถูกระงับสิทธิ์ในการรับความช่วยเหลือจากโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐในอนาคต
3. ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist): ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลเกษตรกรว่ามีการแจ้งข้อมูลไม่ถูกต้อง ทำให้การทำธุรกรรมหรือขอรับสิทธิ์ในครั้งต่อ ๆ ไปทำได้ยากขึ้น

Scroll to Top