มนต์เสน่ห์ผ้าครามธรรมชาติบ้านท่าพันโฮง : จากภูมิปัญญาและความเชื่อ สู่ผืนผ้าทอมืออันเป็นเอกลักษณ์

วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดนครพนม พร้อมทีมงานสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนย้อมครามธรรมชาติ บ้านท่าพันโฮง ตำบลนาทม อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนย้อมครามธรรมชาติ ได้มองเห็นกระแสแฟชั่นรักษ์โลกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวหน้าทั่วโลก ทำให้ชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนมสามารถเปลี่ยนวิกฤตธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างน่าอัศจรรย์นั่นคือ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนย้อมครามธรรมชาติ บ้านท่าพันโฮง” (ตั้งอยู่เลขที่ 23 หมู่ที่ 9 ตำบลนาทม อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม) ที่ซึ่งศิลปะบนผืนผ้าได้รับการถักทอขึ้นเพื่อชุบชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

พลิกวิกฤตลุ่มน้ำสงคราม สู่พลัง ‘แปลงใหญ่คราม’ ในอดีต ชาวบ้านท่าพันโฮงต้องเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซากในฤดูมรสุม เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกเป็นที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำสงคราม ส่งผลให้พืชผลเสียหาย ขาดรายได้ และตกอยู่ในวงจรหนี้สินจากการทำเกษตรกรรม ทว่า ท่ามกลางความยากลำบากนั้น ชุมชนยังมีต้นทุนทางปัญญาทั้งการย้อมผ้าครามและทอผ้าใช้เองที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น โดยมี “ต้นคราม” พืชพื้นถิ่นที่ขึ้นง่ายในชุมชนเป็นองค์ประกอบหลัก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ นางสมร เสนสุข ประธานกลุ่มแปลงใหญ่คราม ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพ ขีดความสามารถ และแรงงานในบ้านเกิด จึงได้ริเริ่มรวบรวมช่างทอผ้าในหมู่บ้านเพียง 7 ราย เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เพื่อจัดตั้งกลุ่มย้อมครามธรรมชาติด้วยคุณภาพที่บอกต่อและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กลุ่มได้ยกระดับเข้าสู่ระบบ “แปลงใหญ่คราม” เพื่อรวมพลังเกษตรกรแก้ไขปัญหาวัตถุดิบเนื้อครามไม่เพียงพอต่อการผลิต จนปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 35 ราย สามารถสร้างงานและรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ช่วยปลดหนี้สินและสร้างความมั่นคงในครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน

ศาสตร์แห่งสีน้ำเงินบริสุทธิ์: ครามธรรมชาติ 100% ปลอดเคมี คุมสีเสถียรข้ามหม้อ ความโดดเด่นสูงสุดของผ้าย้อมครามบ้านท่าพันโฮง คือ การย้อมครามด้วยเทคนิคดั้งเดิมที่ไม่ใช้สารเคมีเจือปนเลย กระบวนการผลิตทั้งหมดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อดินและน้ำในชุมชน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้สวมใส่

ที่น่าทึ่งคือ ทางกลุ่มมีกรรมวิธีการย้อมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เนื้อสีครามมีความเสถียร สีติดสม่ำเสมอตลอดเส้นใยฝ้าย และสามารถควบคุมเฉดสีได้เป็นอย่างดี ซึ่งในวงการย้อมสีธรรมชาติถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากหากย้อมจากหม้อครามคนละหม้อกัน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดโมเดิร์นที่ต้องการงานคราฟต์มาตรฐานระดับสากล

หยาดเหงื่อและเวลา 90 วันแห่งความพิถีพิถัน กว่าจะออกมาเป็นเส้นใยสีน้ำเงินครามอันงดงาม ต้องผ่านปฏิทินการผลิตที่ใช้แรงกายและหัวใจในทุกขั้นตอน

1. การเก็บเกี่ยว: ต้องตื่นมาตัดต้นครามสดตั้งแต่ช่วงเช้ามืดหลังปลูกได้ 90 วัน โดยจงใจเหลือตอสูงไว้ 15 เซนติเมตรเพื่อให้เติบโตต่อได้

2. การทำเนื้อคราม: นำครามสด 20 กิโลกรัมไปแช่น้ำในถัง 200 ลิตร เอาอิฐทับไว้ 12 ชั่วโมง จากนั้นนำกิ่งใบออก เติมปูนขาว 1.5 กิโลกรัม แล้วใช้ตะกร้อไม้ไผ่สานกระทุ้งน้ำครามเพื่อเติมออกซิเจนจนเกิดฟองและเปลี่ยนสีตามต้องการ พักไว้อีก 12 ชั่วโมงให้ตกตะกอน แล้วกรองด้วยผ้ากรอง (อู่) จนได้เนื้อครามธรรมชาติข้นคลัก (โดยครามสด 20 กิโลกรัม จะให้เนื้อครามเพียง 2 กิโลกรัมเท่านั้น)

3. สูตรย้อมธรรมชาติ: ผสมเนื้อคราม 1 กิโลกรัม กับน้ำมะขามเปียก 1 กิโลกรัม และปูนแดง 300 กรัม ในน้ำสะอาด 8 ลิตร เพื่อย้อมฝ้าย 1 กิโลกรัม

4. การเตรียมเส้นด้ายและทอมือ: นำฝ้ายไปซัก ผึ่งแห้ง ปั่น กวัก เดินเส้นยืนเข้าฟันหวี ขึงเข้ากี่ทอผ้า และลงมือทอมือทีละเส้นอย่างประณีต สะท้อนจิตวิญญาณผ่าน ลายผ้าแสดงถึงอัตลักษณ์นครพนม นอกจากลวดลายภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานเหนือที่หลากหลายแล้ว กลุ่มแปลงใหญ่ครามบ้านท่าพันโฮงยังคงอนุรักษ์และถ่ายทอดเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดลงบนผืนผ้า นั่นคือลาย “ไหลเรือไฟ” ซึ่งเป็นประเพณีอันยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ของชาวนครพนมลงบนผืนผ้าครามได้อย่างอ่อนช้อยสะดุดตา

สินค้าเด่น

1. ผ้าพันคอ (Scarves): ผืนกะทัดรัด เหมาะสำหรับเป็นของฝากยอดนิยม

ราคาจำหน่าย: 150 บาท/ผืน

2. ผ้าคลุมไหล่ทอลาย (Patterned Shawls): ลวดลายวิจิตรสะดุดตา โชว์ฝีมือทอมือขั้นสูง ราคาจำหน่าย: 450 บาท/ผืน

3. ผ้าคลุมไหล่สีพื้น (Plain Shawls): เรียบหรู คลาสสิก แมตช์ได้กับทุกชุด

ราคาจำหน่าย: 300 บาท/ผืน

4. ผ้าถุงทอลายคราม (Patterned Sarong): งานชิ้นเอกที่รวมลวดลายดั้งเดิมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างสง่างาม ราคาจำหน่าย: 500 บาท/ผืน

5. ผ้าสีพื้น (Plain Fabric): ผืนผ้าคุณภาพสูงสำหรับนำไปตัดเย็บเสื้อผ้าตามสไตล์สร้างสรรค์ ราคาจำหน่าย: 200 บาท/ผืน

Scroll to Top