วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดนครพนม มอบหมายให้นางสาวกวิตา ศรีวรมย์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ และนายวิชา คำมุงคุณ เกษตรอำเภอธาตุพนม เข้าร่วมประชุมหารือโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” ซึ่งมีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และนางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมประชุมหารือโครงการ “ ด้วยจงรักและภักดี” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยมีนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุม พระธาตุนคร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
โครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปีมหามงคล พุทธศักราช 2569–2570 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี (5 ธันวาคม 2570) ซึ่งพระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคมทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “สร้าง เสริม ร่วมกัน” ประกอบด้วยการสร้างแพลตฟอร์มบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงภาคีทุกภาคส่วน การเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนระดับอำเภอ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 5,153 ชุมชน 153,013 ครัวเรือน โดยขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือของ 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนหรือธุรกิจชุมชน
ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมชุมชนที่มีศักยภาพสูง สามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นธุรกิจชุมชนผ่านกลไกวิสาหกิจเพื่อสังคมในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอศรีสงคราม ซึ่งมีศูนย์ศิลปาชีพ (บ้านเล็กในป่าใหญ่) โครงการฝึกอาชีพด้านเครื่องเงินและเครื่องประดับ รวมถึงกลุ่มแปรรูปปลาส้มที่มีความเข้มแข็ง และโครงการตามรอยหลวงปู่มั่น ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมะ ขณะที่อำเภอนาแก มีโครงการฝายทดน้ำบ้านโพนดู่และฝายบ้านแก้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งช่วยสนับสนุนภาคการเกษตร และสามารถต่อยอดสู่การทำเกษตรมูลค่าสูง ควบคู่กับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอนาคต

